Diving Watch

มารู้จัก นาฬิกาข้อมือ สำหรับดำน้ำกันเถอะ

นาฬิกาดำน้ำ เป็นนาฬิกาที่ออกแบบมาสำหรับการใช้งานใต้น้ำโดยมีคุณสมบัติกันน้ำอย่างน้อย 1.0 MPa (10 atm) ซึ่งเท่ากับ 100 เมตร (330 ฟุต) โดยปกติแล้วนาฬิกาของนักดำน้ำทั่วไปมักจะมีความต้านทานน้ำลึกได้ประมาณ 200 ถึง 300 เมตร (660 ถึง 980 ฟุต) แม้ว่าเทคโนโลยีสมัยใหม่จะช่วยให้สามารถสร้างนาฬิกาดำน้ำที่ลึกยิ่งขึ้น นาฬิกาสมัยใหม่ที่จะถูกนำไปใช้ได้นั้นต้องสอดคล้องกับมาตรฐาน ISO 6425 ซึ่งกำหนดมาตรฐานเอาไว้สำหรับการทดสอบ เพื่อการันตีคุณสมบัติสำหรับนาฬิกาว่ายังคงทนความลึก 100 เมตร (330 ฟุต) หรือมากกว่า โดยยังคงสามารถใช้งานได้ปกติ นาฬิกาผ่านมาตฐาน ISO 6425 จะถูกทำเครื่องหมายด้วยคำว่า DIVER’S (สำหรับนักดำน้ำ) เพื่อแยกความแตกต่างระหว่างนาฬิกานักดำน้ำ ออกจากนาฬิกาที่อาจไม่เหมาะสำหรับการดำน้ำจริง

ตัวเรือนนาฬิกาจะต้องมีความทนทานแรงดันน้ำมากเพียงพอ รวมถึงทนต่อการกัดกร่อนของน้ำทะเล ดังนั้นวัสดุที่จะนำมาใช้ทำตัวเรือนจึงเลือกวัสดุเกรดตั้งแต่ 316L หรือ 904L หรือก็คือสเตนเลสออสเทนนิติกและโลหะผสมเหล็กอื่นๆ ที่มีความต้านทานแรงดันสูง รวมทั้งสายนาฬิกาที่ควรใช้โลหะควรชนิดเดียวกับตัวเรือนนาฬิกาเพื่อป้องกันการกัดกร่อนของโลหะในแบบเดียวกัน นอกจากนี้ยังต้องมีคุณสมบัติป้องกันสนามแม่เหล็กไฟฟ้าเพื่อให้การเคลื่อนไหวของกลไกนาฬิกาเป็นไปอย่างเที่ยงตรงที่สุด รวมถึงคุณสมบัติในการป้องกันแรงกระแทกเมื่อการันตีว่าเมื่อตกหล่นแล้วจะสามารถทำ งานได้ปกติ

นาฬิกาปกติทั่วไปมักจะใช้การทดสอบของ ISO 2281 ซึ่งมักจะทดสอบเพียงประสิทธิภาพในการน้ำเข้าเพียงไม่กี่สิบเมตร ซึ่งเหมาะสมพอจะนำไปใช้ดำน้ำตื้น หรือการว่ายน้ำ พวกมันสามารถสวมใส่ในอุณหภูมิที่แตกต่างกันรวมถึงทนความดันเพียงเล็กน้อย แต่ไม่มีได้มีการออกแบบมาสำหรับการดำน้ำ นาฬิกาปกติสามารถทนแรงดันน้ำได้ 50 – 100 เมตร และสำหรับดำน้ำตื้นหรือดูประการังควรใช้ที่ 200 เมตรขึ้นไป ผู้ผลิตนาฬิกาดำน้ำส่วนใหญ่แนะนำให้นักดำน้ำ นำไปบำรุงตรวจสอบโดยศูนย์บริการและซ่อมทุกปีหรือทุกๆ สองถึงห้าปี เพื่อทำการทดสอบประสิทธิภาพในการป้องกันแรงดัน วิธีที่คนส่วนใหญ่ทำหลังจากดำน้ำคือให้ล้างนาฬิกาในน้ำจืดหลังจากใช้ในน้ำทะเล หรือปล่อยนาฬิกาแช่น้ำจืดค้างคืนเป็นวิธีที่ดีในการปกป้องนาฬิกาจากการกัดกร่อนของน้ำทะเล

ดังนั้นถ้าเพื่อนๆ อยากมองหานาฬิกาสำหรับใส่ว่ายน้ำ หรือดำน้ำเล่นทั่วไปสามารถหาตัวที่มีเครื่องหมาย “Water-Resistance” ได้เลย แต่สำหรับคนที่อยากดำน้ำแบบจริงจังต้องเลือกแบบ “DIVER’S” เท่านั้น ราคาทั้งสองแตกต่างกันอย่างมากเพราะใช้เทคโนโลยีและวัสดุเกรดพรีเมี่ยมสำหรับดำน้ำลึกนั่นเอง